การยกน้ำหนักช่วยเลิกบุหรี่
เขียนโดย Administrator   
วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2012 เวลา 08:19 น.

การออกกำลังต้านแรงเช่นการยกน้ำหนัก สามารถทำให้เลิกบุหรี่ได้

วิธีการเลิกบุหรี่มีอยู่หลากหลายวิธี เช่นการใช้นิโคตินมาทดแทนเพื่อช่วยให้เลิกบุหรี่ได้ง่ายขึ้น แต่การออกกำลังกายเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเลิกบุหรี่ และตอนนี้ยังมีผลงานวิจัยที่ค้นพบว่าการออกกำลังต้านแรงเช่นการยกน้ำหนัก เล่นเวท หรือขึ้นลงบันได จะยิ่งมีส่วนช่วยในการเลิกบุหรี่ได้มากขึ้นกว่าเดิมด้วย

การศึกษาใหม่ที่เผยแพร่ลงในวารสารนิโคตินและวิจัยเรื่องยาสูบของสหรัฐอเมริกา กล่าวถึงผลการทดลองจากอาสาสมัครทั้งชายและหญิงจำนวน 25 คนที่เข้าร่วมโปรแกรมเลิกบุหรี่เป็นเวลา 12 สัปดาห์ด้วยการออกกำลังต้านแรงเช่นการเล่นเวทหรือยกน้ำหนักควบคู่กับการใช้นิโคตินทดแทน โดยใช้ท่าบริหารกล้ามเนื้อมัดใหญ่ทั่วร่างกายเป็น 1 ชั่วโมง 2 ครั้งต่อสัปดาห์ และค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักให้มากขึ้นทุกๆ 3 สัปดาห์ ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มที่ออกกำลังต้านแรงไปควบคู่กับใช้นิโคตินทดแทน เลิกบุหรี่ได้มากขึ้น ประมาณ 2 เท่าตัวกว่าผู้ที่เลิกบุหรี่ด้วยการใช้นิโคตินทดแทนเพียงอย่างเดียว

การออกกำลังกายมีผลต่อการเลิกสูบบุหรี่ได้ เนื่องจากการออกกำลังกายและการสูบบุหรี่นั้นมีความเหมือนกันที่เป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มระดับโดปามีนในสมอง ซึ่งเป็นตัวที่ช่วยให้รู้สึกตื่นตัวและกระฉับกระเฉงลดลง ทำให้รู้สึกคลายความเครียดและมีความสุข แต่แตกต่างกันที่การสูบบุหรี่นั้นทำให้เสียสุขภาพ นำมาซึ่งสุขภาพร่างกายที่ทรุดโทรม ในขณะที่การออกกำลังกายทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นดังนั้นผู้ที่ต้องการจะเลิกบุหรี่จึงควรจะเริ่มออกกำลังไปพร้อมๆ กับการพยายามเลิกสูบไม่ว่าจะเลิกเองหรือโดยการใช้ยาช่วย

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังแบบไหนก็ต่างสามารถช่วยในการเลิกบุหรี่ได้ทั้งนั้น แถมยังจะช่วยให้สุขภาพแข็งแรงมากขึ้นอีกด้วย และนอกจากนั้นคนที่ต้องการเลิกบุหรี่ จะต้องมีความตั้งใจแน่วแน่ว่าต้องการเลิกสูบบุหรี่อย่างจริงจังด้วย

ภาพจาก : Internet
ขอบคุณ : VoiceTV

 
ช่วยด้วย USB Flash Drive โกงความจุจาก 16GB แต่วินโดวส์โชว์แค่ 14.8GB
เขียนโดย Administrator   
วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2012 เวลา 08:09 น.

หลายวันก่อน คุณผู้อ่านท่านหนึ่งเพิ่งซื้อ USB Flash Drive ความจุ 16GB บ่นว่า เขาโดนหลอก เพราะหลังจากตรวจสอบกับ Windows 7 มันบอกว่า ไดรฟ์ของเขามีความจุทั้งหมดแค่ 14.8GB (Total size) หายไปตั้ง 1.2GB สำหรับคุณผู้อ่านเว็บไซต์ arip หลายๆ ท่านเชื่อว่า น่าจะทราบคำตอบเรื่องนี้ดีแล้ว ว่าความจริงคือ มันไม่ได้หายไปไหน? แต่สำหรับคุณผู้อ่านที่เป็นมือใหม่ เรามาไขความจริงเรื่องนี้กันดีกว่า

ความจริงไม่ว่าจะเป็นยูเอสบีแฟลชไดรฟ์ ฮาร์ดดิสก์ หรือสตอเรจใดๆ ของคอมพิวเตอร์จะมีการวัดหน่วยความจุเป็น "ไบต์" (Byte) ปัญหาคือ ความจุในหน่วย MB และ GB ของสตอเรจที่เราเห็นกับที่คอมพิวเตอร์เห็นมันไม่เหมือนกัน อ้าวๆ อย่าเพิ่งงงนะครับ ตามนิยามพื้นฐานของคอมพิวเตอร์ 1KB เท่ากับ 1024 ไบต์ ดังนั้น 1M ก็คือ 1024KB ดังนั้นความหมายของ 1MB จริงๆ จะเป็นตามความคิดของคอมพิวเตอร์คือ 1,048,576 ไบต์ ไม่ใช่ 1,000,000 ไบต์ตามความคิดของเรา ดังนั้น ความจุ 16GB ของคอมพิวเตอร์มันจึงหมายถึง 17.179,869,184 ไบต์ (16 x 1024 x 1024 x 1024)

อย่างไรก็ตาม ความจุของสตอเรจที่เราเห็น 16GB บนสตอเรจต่างๆ นั้น ผู้ผลิตสตอเรจจะเล่นตลกกับตัวเลขด้วยการมองว่า มันหมายถึงความจุ 16,000,000,000 ไบต์ ซึ่งสอดคล้องกับความคิดของมนุษย์ว่า 1GB หมายถึง 1 พันล้านไบต์ โดยความเป็นจริงความจุของสตอเรจก็จะได้จำนวนไบต์ประมาณ 16,000,000,000 ไบต์หย่อนนิดๆ หน่อยๆ แต่เมื่อ Windows 7 อ่านความจุ มันจะใช้กติกาเดิมคือ 1024 เท่ากับ 1KB ดังนั้น หากเรานำ 1024 ไปหาร 16,000,000,000 ไบต์ 3 ครั้ง ก็จะได้หน่วย GB ออกมา ซึ่งปรากฎว่า ความจุที่ Windows 7 อ่านแฟลชไดรฟ์ตัวนี้ได้คือ 14.9GB จะเห็นว่า ตัวเลขที่ได้ใกล้เคียงกับที่แสดงในรูป (14.8GB) ดังนั้น ข้อมูลความจุที่แสดงบนสตอเรจกับที่แสดงใน WIndows จึงเป็นตัวเดียวกัน ไม่ได้โกงแต่อย่างใด ไม่งงนะครับ

ขอบคุณสาระน่ารู้จาก :

 
13 กลโกงและอันตรายบนโลกออนไลน์
เขียนโดย Administrator   
วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2012 เวลา 08:00 น.

Techno Update กับเลข 13 ที่ฝรั่งบางคนถือว่าเป็นเลขลางร้ายด้วยการแฉกลโกง และอันตรายบนโลกออนไลน์เพื่อที่ชาว Lisa จะได้รู้ทันและหาทางแก้ไขได้ถ้าเกิดขึ้นกับเรา

1. หลอกลวงขายสินค้า การโกงเรื่องนี้มีมานานตั้งแต่โลกเรายังไม่มีอินเทอร์เน็ตเลยครับ ยิ่งพอมีโลกออนไลน์ให้ซื้อขายของกัน คนร้ายก็ฉวยโอกาสที่คนซื้อคนขายไม่ได้เห็นหน้ากัน ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ก็ยิ่งหลอกกันง่ายขึ้น เรื่องนี้มีเป็นประจำครับโดยเฉพาะกับสินค้าที่มีคนสนใจมากๆ อย่าง iPhone หรือตุ๊กตา Blythe ที่มีหลายคนเสียเงินไปแต่ไม่ได้ของ ฟ้องร้องกันเป็นล้านๆ ก็มี

2. การโขมยใช้เครดิตการ์ด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนกลัวกันมากที่สุด เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้การค้าขายบนโลกออนไลน์ของไทยผ่านเครดิตการ์ดยังมีมูลค่าไม่มากนัก แต่ในความจริงแล้วไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะป้องกันคน Hack เอาเบอร์บัตรเครดิตเราไปใช้ได้ ขั้นแรกก็ต้องซื้อขายกับเว็บ หรือร้านค้าออนไลน์ที่น่าเชื่อถือ มีระบบเข้ารหัสในการจ่ายเงิน โดยสังเกตที่หน้าที่อยู่เว็บจะต้องเป็น https:// ไม่ใช่แค่ http:// เฉยๆ อาจจะตั้งรหัส 4 หลักกับทางธนาคารเพื่อการซื้อขายออนไลน์อีกทีก็ได้ แค่นี้คุณก็จะสะดวกสบายและปลอดภัยในการช้อปปิ้งมากขึ้นครับ

3. การหลอกล่อให้ใช้บริการ วิธีนี้มักจะมาทางโทรศัพท์ในรูปแบบ SMS, MMS หรือโทรมาจากระบบอัตโนมัติ เมื่อเรารับสายแล้วกดปุ่มตาม หรือกดที่ SMS, MMS โดยไม่ฟังหรืออ่านให้ดีก็จะกลายเป็นว่าเราสมัครรับบริการเสียเงินไปแล้ว ทางที่ดีคืออย่ากด SMS หรือ MMS ที่ส่งมาจากใครที่ไม่รู้จัก หรือไม่ก็ไม่ต้องรับสายเบอร์แปลกๆ ไปเลยก็ได้ครับ

4. ชวนให้ร่วมธุกิจขายตรง ถึงแม้ธุรกิจขายตรงจะไม่ได้เป็นการผิดกฎหมาย แต่บางครั้งรูปแบบที่มาบนออนไลน์ก็ทำให้เรารำคาญ หรือเสียเงินได้โดยไม่รู้ตัว ถ้าเราต้องกรอกข้อมูลที่อยู่ ประวัติ บัตรประชาชน บัญชีธนาคารที่จะให้โอนเงินค่าตอบแทนให้ ก็เท่ากับเราเปิดเผยความลับของเราให้คนอื่นรู้ ผู้ไม่ประสงค์ดีก็จะสามารถเอาข้อมูลนี้ไปประกอบอาชญากรรมได้โดยที่เราไม่รู้ตัว

5. การหลอกลวงจากประเทศในทวีปแอฟริกา ชาว Lisa อาจจะเคยได้รับจดหมายขอความช่วยเหลือในการขนทองหรือเงินออกจากประเทศ โดยสัญญาว่าจะมีค่าตอบแทนให้ในมูลค่าที่สูง แต่เราจะต้องโอนเงินไปให้ส่วนหนึ่งก่อนเพื่อจัดเตรียมเอกสาร ฟังดูเหมือนเรื่องเหลือเชื่อแต่มีหลายคนที่โลภเห็นว่าค่าตอบแทนที่ได้สูงหลงโอนเงินไปให้เยอะแล้วนะครับ

6. การหลอกลวงขายยา หรือสินค้ามหัศจรรย์ ผู้ป่วยหรือคนหมดความหวังอ่อนแอมักโดนหลอกง่ายเสมอ การโฆษณาเกินจริงบนโลกออนไลน์มีมากมายครับ ประเภทตัวยาแก้มะเร็ง เหรียญเครื่องลางวิเศษรักษาโรค สินค้าเหล่านี้ไม่ได้รับการตรวจสอบและไม่มีอย. อันตรายมากนะครับ

7. หลอกลวงจากเว็บหาคู่ การหาเพื่อนหาคนรักบนโลกออนไลน์เป็นเรื่องปกติแล้วในสมัยนี้ หลายคู่พบรักและแต่งงานกันได้เพราะอินเทอร์เน็ต แต่ก็มีอีกหลายคนถูกมิจฉาชีพในคราบนักรักมาหลอกลวงให้เสียเงินเสียทอง มีทั้งผุ้หญิงและผู้ชาย เรื่องอ่อนไหวแบบนี้ขอให้ชาว Lisa ระวังดีๆ นะครับ

8. หลอกว่าได้ของรางวัล ถ้าคุณได้รับ E-Mail แจ้งว่าได้รับของรางวัลจากที่ใดก็ตาม แต่ต้องโอนค่าส่ง ค่าภาษีให้สงสัยไว้ก่อนเลย ตรวจสอบดีๆ ว่าเราได้เคยร่วมกิจกรรมที่เค้าอ้างไหม ค้นดูในอินเทอร์เน็ตว่ามีกิจกรรมนี้จริงมั้ย และดีที่สุดคือขอเข้าไปรับของรางวัลเองและจะชำระค่าภาษีในวันที่ไปรับของ

9. เทคนิค phishing เป็นคำที่แผลงมาจากคำว่า Fishing ที่แปลว่าตกปลา โดยมิจฉาชีพจะสร้างเว็บที่หน้าตาเหมือนกับเว็บที่เราใช้ประจำขึ้นมา เช่น เว็บธนาคาร หรือเว็บอีเมล์ เมื่อเรากรอกข้อมูล Login เข้าไป ก็จะเหมือนเราใส่รหัสผิด ให้ใส่ใหม่ แต่จริงๆ แล้วระบบของมิจฉาชีพพวกนี้ก็จะเก็บข้อมูล Login ของเราไปเรียบร้อยแล้ว ผู้ร้ายก็จะเอาข้อมูลที่ได้ไป Login เข้าเว็บธนาคารจริงๆ อีกที วิธีการหลีกเลี่ยงไม่ให้โดนหลอกด้วย Phishing ก็ต้องตรวจสอบที่อยู่เว็บว่าเป็นเว็บที่เราต้องการเข้าจริงๆ เพราะถึงหน้าตาจะเหมือนกันแต่ชื่อ Domain ไม่มีทางเหมือนกันได้แน่นอน การเลือกใช้ Browser รุ่นใหม่ๆ ก็จะช่วยได้เช่น Google, Chrome ,Firefox 4, IE8 ก็จะมีระบบป้องกันการ Phishing อยู่ด้วย

10. หลอกล่อให้คลิกด้วยข้อความหรือรูป สำหรับสาวๆ ข้อความประเภท "ลดราคากว่า 80% ทั้งร้าน" หรือสำหรับหนุ่มอย่าง "ดาราญี่ปุ่นโชว์อึ๋มท้าลมร้อน" อาจจะกระตุ้นต่อมอยากรู้ของเราให้กดเข้าไป พอเข้าไปก็มีข้อความว่า "ต้องอัพเกรด Flash Player ก่อน" พอกดเข้าไปอีกแทนที่จะได้ดูกลับกลายเป็นรับเอาไวรัสเข้ามาในเครื่องโดยไม่รู้ตัว ก่อนกดอะไรที่ดูดีเกินกว่าจะเป็นจริงได้ให้ระมัดระวังไว้เสมอนะครับ

11. หลอกลวงให้ทำบุญ ข้อความ หรืออีเมลล์ที่ชักชวนให้บริจาคเพื่อช่วยเหลือเด็กที่เป็นโรค โรงเรียนในถิ่นธุรกันดาร โครงการช่วยเหลือที่ประสพปัญหาไม่มีเงินทุนในการบริหาร ก่อนจะตัดสินใจโอนเงินบริจาคไปให้ควรศึกษาให้ดีก่อน ค้นบนอินเตอร์เนทนี่แหละครับ มีหลายกรณีที่เอาเรื่องที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วมาโพสท์เพื่อหลอกลวงเอาเงิน ทั้งๆ ที่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือได้เสียชีวิตไปแล้วก็มี

12. วุฒิการศึกษาปลอม อยากจบระดับไหนบนอินเตอร์เนททำให้ท่านได้ ไม่ต้องไปนั่งเรียน ไม่ต้องไปสอบ แค่เรียนออนไลน์กับเราก็ได้แล้ว เรียนครบก็ออกวุฒิให้ คนเรียนก็ดีใจได้วุฒิแต่อาจไม่รู้ว่าวุฒิที่ได้นั้นไม่ได้รับการรับรองจากสถาบันการศึกษาอื่น จะเอาไปเรียนต่อก็ไม่ได้ จะเอาไปสมัครงานก็อาจโดนปฐิเสธตั้งแต่ยังไม่สำภาษณ์ ถ้าจะเรียน Online Course ต้องตรวจสอบให้ดีก่อนว่าสถาบันที่เปิดสอนนั้นได้รัการยอมรับจากองค์กรของรัฐหรือไม่นะครับ

13. Identity Theft ปลอมแปลงบุคคล ในหนังที่พระเอกปลอมเป็นผู้ร้ายเพื่อเข้าไปโขมยความลับมาใช้ก็ดูเท่ห์ดี แต่ถ้าเราโดนผู้ร้ายมาปลอมเป็นเราคงไม่สนุกนัก เอารูปเราเอาชีวิตเราไปหลอกลวงคนอื่น เมื่อมีปัญหาเราก็จะโดนก่อน ทางที่ดีที่สุดคือจะรับใครเป็นเพื่อน จะส่งรูปให้ใคร จะบอกเล่าชีวิตส่วนตัวให้ใครฟังบนโลกออนไลน์ก็ต้องระมัดระวังมากกว่าบนโลกจริงๆ นะครับ

ขอบคุณสาระจาก : teenee.com

 
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>

หน้า 1 จาก 64
นิ่มซี่เส็งขนส่ง 1988 จำกัด   โกดังนิ่มซี่เส็ง จำกัด   นิ่มซี่เส็งห้องเย็น จำกัด   นิ่มซี่เส็งรถยก จำกัด   บริษัท นิ่มซี่เส็งลิสซิ่ง จำกัด   นิ่มพาเซ็ล DHL Service point   นิ่มซี่เส็งเชียงใหม่ก๊าซ จำกัด   นิ่มซี่เส็งแมนชั่น จำกัด